พิธีอาบแสงเพ็ญ!!!พิธีศักดิ์สิทธิ์ในคืนวันลอยกระทง หกทุ่มตรงเริ่มทันที

อัพโหลดเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2017 เวลา 21:19 โดย kkchannel

ชอบ 43 ไม่ชอบ 1 ความคิดเห็น 0

อาบแสงเพ็ญคืนลอยกระทง...ความเชื่อโบราณเสริมมงคลชีวิต
"ความเชื่อ" เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมานานแสนนาน จึงไม่แปลกที่ในเทศกาลวันสำคัญต่าง ๆ เราจะได้ยินชื่อของพิธีกรรม และความเชื่อมากมายที่เราอาจไม่เคยรู้ อย่างเช่น "วันลอยกระทง" นอกจากจะมีพิธีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ ปล่อยโคมลอย การประกวดนางนพมาศอย่างที่เรารู้จักกันดีแล้ว อีกหนึ่งพิธีกรรมความเชื่อที่ชาวบ้านบางแห่งปฏิบัติกันก็คือ "พิธีอาบน้ำเพ็ญ" หรือ "อาบแสงเพ็ญ"

สำหรับ "พิธีอาบน้ำเพ็ญ" นี้ เป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณ ที่คนเชื่อกันว่า การได้อาบน้ำตามแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ หรือแม้แต่อาบน้ำในภาชนะที่รองไว้ในที่โล่งแจ้งกลางแสงจันทร์ในวันพระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 และอธิษฐานในสิ่งดี ๆ จะช่วยเสริมบารมี และสิริมงคลให้แก่ชีวิต เพราะน้ำที่ต้องแสงจันทร์จะช่วยชำระบาป สาปส่งสิ่งที่ไม่ดี ช่วยสะเดาะเคราะห์ และขจัดสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายให้หายไปจากจิตใจและร่างกาย

ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวเป็นการเอาเคล็ดเอาชัยซึ่งถือปฏิบัติกันมาในบางแห่ง และในบางครอบครัวที่มีความเชื่อเท่านั้น ไม่ได้เป็นที่แพร่หลายมากนัก ในสมัยก่อน ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่มักจะเป็นบุคคลที่ได้รับรู้มา หรือได้รับการสืบทอดวิชาประเภทศาสตร์ลี้ลับ ไม่เป็นที่เปิดเผยแก่บุคคลหรือสาธารณชนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้ ยังมีวัดบางแห่งที่มีการกระทำพิธีกรรมนี้เป็นประจำทุกปีในคืนวันลอยกระทง ที่จะมีพระสงฆ์ และฆราวาสมาร่วมพิธีในลานกลางแจ้ง และใช้น้ำที่พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์แล้ว บางแห่งก็จะมีสายสิญจน์โยงสู่ภาชนะที่เก็บน้ำต่อเนื่องไปยังผู้เข้าร่วมพิธีทุกคน เพื่อให้มนต์และคาถาแผ่เมตตาเชื่อมโยงไปให้บังเกิดแต่สิ่งที่ดี มีความสำเร็จ มีความสุข สุขภาพแข็งแรง
สำหรับช่วงเวลาที่คนนิยมทำพิธีอาบแสงเพ็ญก็คือ ช่วงที่พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเห็นประกายแสงจ้าอยู่บนฟากฟ้า โดยเฉพาะช่วงเที่ยงคืน ที่ดวงจันทร์อยู่ตรงศีรษะพอดี ถือเป็นช่วงที่มีมนตร์ขลัง และมีพลังมากที่สุด ที่เราจะสามารถดูดพลังจากพระจันทร์ได้ และในบางพื้นที่อาจไม่จำเป็นต้องอาบน้ำ หรือใช้น้ำเป็นสื่อกลางในการดูดพลังเลยก็ได้

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลระบุด้วยว่า "พิธีอาบแสงเพ็ญ" ในสมัยโบราณ เป็นพิธีทางไสยเวทย์ ว่ากันว่า ผู้หญิงที่ทำพิธีนี้จะมีเสน่ห์เป็นที่รักใคร่จากเพศตรงข้าม ส่วนผู้ชายที่มีวิชาคาถาอาคมก็จะกระทำพิธีอาบแสงเพ็ญ เพื่อให้วิชาแกร่งกล้ามากยิ่งขึ้น และหากใครเจ็บไข้ได้ป่วย การอาบแสงเพ็ญก็จะช่วยให้อาการดีขึ้น แม้แต่เด็กนักเรียนที่ได้อาบแสงเพ็ญก็จะช่วยให้ความจำดีขึ้นด้วย

ก็เป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมความเชื่อของคนโบราณที่คนรุ่นใหม่ควรจะรู้จักไว้ เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงคติ และวิถีชีวิตของคนไทยสมัยก่อนอย่างเห็นได้ชัด
คำขอขมาพระแม่คงคา
"สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต" นี่เป็นคำขอขมาพระแม่คงคาเป็นภาษาบาลี จากคำบอกเล่า พระราชวิจิตรปฏิภาณ "เจ้าคุณพิพิธ" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ทั้งนี้คำขอขมาเป็นภาษาไทยความหมายว่า ข้าแต่คงคา ลูกขอวันทา ด้วยประทีปกระทง พระแม่คงคา มีความเมตตา ต่อลูกสูงส่ง คือน้ำในกาย สามส่วนมั่นคง กายจึงยืนยง ชุ่มชื่นยืนนาน พระแม่คงคา กำเนิดจากฟ้า โปรยปรายลงมา เป็นกระแสธาร เกิดเป็นแม่น้ำ หลายนามขนาน ปิง, วัง, ยม, น่าน คือ เจ้าพระยา ท่าจีน, ตาปี นครชัยศรี โขง, ชี, มูล, ละหาร ห้วยหนองคลองบึง จนถึงแก่งกว๊าน น้ำใต้บาดาล อีกทั้งประปา
ลูกๆ ทั้งหลาย เดินทางขายค้า สำเร็จกิจจา คมนาคม นำมากินใช้ ได้ดั่งอารมณ์ ยามร้อนประพรม ชุ่มชื่นกายใจ ชำระมลทิน โสโครกทั้งสิ้น สะอาดสดใส ผุดผ่องพราวตา แลเลิศวิไลซ์ แม่น้ำรับไว้ สกปรกโสมม น้ำเสียเรือนชาน ซักผ้าล้างจาน เททิ้งทับถม ไหลลงคงคา ธาราระทม สารพิษสะสม เน่าคลุ้งฟุ้งไป วันนี้วันเพ็ญ พระจันทร์ลอยเด่น เป็นศุภสมัย ลูกจัดกระทง ประสงค์จงใจ นำมากราบไหว้ พระแม่คงคา เทวาทรงฤทธิ์ ซึ่งสิงสถิต ทุกสายธารา ทั้งผีพรายน้ำ อย่าซ้ำโกรธา ลูกขอขมา อโหสิกรรม ทำกิจใดใด อุทกภัย อย่าได้เติมซ้ำ อย่าพบวิบัติ ข้องขัดระกำ อย่าให้ชอกช้ำ น้ำท่วมพสุธา อย่าให้สินทรัพย์ ต้องพลันย่อยยับ เพราะสายธารา อย่าให้ชีวิต ต้องปลิดชีวา พระแม่คงคา รับขมาลูก เทอญ